ขออนุญาตเล่าเรื่องให้กระชับที่สุดครับ ผมเป็นอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัย
คือเรื่องมีอยู่ว่าผมเจอคนที่ผมเคยเรียนหนังสือด้วยตอนมัธยมต้นโดยบังเอิญ ที่ไม่ได้เจอมาเป็น 10 กว่าปีในร้าน Starbucks ผมเลยเล่าเรื่องว่าผมกำลังจะทำ personal branding เพื่อที่จะเขียนหนังสือขาย โดยการเริ่มต้นทำการตลาดโดยการเปิดเพจ แล้ว upload พวกคลิปวีดีโอ และ contents ต่างๆ เค้าบอกว่าเค้าทำ production house อยู่พอดี ผมเลยคุยรายละเอียดกับเค้า
เค้าก็พูดจูงใจผมต่างๆนาๆให้ผมซื้อ package ของเค้า 6 คลิป รวมค่า creativity และ อื่นๆ เป็นราคา 35,000 บาท ผมตกลงโอนค่ามัดจำให้เค้าไปครึ่งนึงเป็นจำนวน 17,500 บาท ในวันที่ 8 เดือน 8 ปี 60 เวลาผ่านมา 3 เดือนครึ่ง ยังไม่ได้เริ่มทำคลิปเลย เค้าบอกเค้า busy ที่ผ่านมาเค้าส่งบทพูด ที่มาจากบทความที่ผมเขียน แล้วส่งไปให้เค้าเป็นข้อมูลในการทำงานของเค้า ซึ่งมีหัวข้อที่ช่วงนั้นกำลังนิยมเช่น creativity, innovation, อิสรภาพ, การเป็นนายตัวเอง และ อื่นๆ ช่วงสามเดือนครึ่งหลังจากจ่ายค่ามัดจำผมได้มีโอกาสไปหาเค้าที่บ้าน 2 ครั้งเท่านั้น ที่เค้านัดไปเพื่อไปคุยงาน
เท่าที่ผมดูแล้วมันไม่มี progression อะไร รายละเอียดก็ทำชุ่ยๆ จากประสบการณ์สอนหังสือมาผมรู้ว่าเค้า present งานโดยไม่ได้ซ้อมอะไรมาก่อน คือมั่วๆเอาหน้างาน รายละเอียดที่เขียนไว้ก็ดูมั่วไปหมด และ ยังไม่สามารถหา character ลงได้อย่างที่เค้าเคยคุยไว้ก่อนวางเงินมัดจำ
อีกทั้งยังมีเหตุการณ์อื่นๆอีกที่ทำให้ผมหมดความอดทน ผมเลยขอค่ามัดจำคืน เค้าไม่ยอมคืนแถมบอกว่าผมต้องจ่ายอีก 17,500 ที่เหลือ ผมคิดในใจว่าผมจะโง่จ่ายทำไม เพราะตั้งแต่จ่ายเงินมัดจำไปผมต้องเป็นคนตามงาน และ ถามเค้าว่าสะดวกเมื่อไหร่ให้ผมเข้าไปหา ดูเจตนาทั้งหมดแล้วมันไม่ใช่ และ ลูกค้า หรือ ใครที่ไหนจะรอไปเลื่อยๆ ที่รอมานี้ก็ 3 เดือนครึ่งเข้าไปแล้ว เพราะที่ผ่านมาผม compromise มาตลอดเพราะผมเค้าใจว่าเค้าเป็นเพื่อน
อันที่จริงแล้ว เพื่อนควรที่จะช่วยเพื่อน แต่ไม่ใช่เอาความเป็นเพื่อนมาเอาเปรี่ยบ และ หาผลประโยชน์กับเพื่อน
หลังจากนั้นสักพักผมตัดสินใจไปแจ้งความ มีตำรวจหญิงท่านนึงโทรไปหาเค้า เค้าพูดสวนมาว่าเค้าไม่ได้ทำเองเค้าแค่ไป sub งานให้ production อื่น และ เค้าก็จะฟ้องกลับ เพราะผมไม่จ่ายเงินที่เหลื่อให้เค้า (ดูความหน้าด้านของคน)
หลังจากนั้น ตำรวจบอกว่าทางตำรวจทำอะไรไม่ได้มากเพราะค่าเสียหายไม่มาก และ นี้เป็นคดีแพ่งไม่ใช่อาญา ทางตำรวจจึงแนะนำผมให้ไปหาทนายส่ง notice ไปเพราะเค้าอาจจะกลัว และ ให้เงินมัดจำคืนมา ในใจผมคิดว่าไอ้คนนี้มันหน้าด้านมันคงไม่คืนหลอก แต่ผมก็ตัดสินใจไปหาทนาย และ จ้างให้เขียน notice ส่งไปตามที่ตำรวจแนะนำ
เป็นอย่างที่คาดคิดไว้ คือเค้าไม่ตอบรับอะไรมา ผมปรึกษาทนายเรื่องฟ้องร้อง ทนายแนะนำว่าถ้าจะฟ้องจริงๆค่าเสียหายน้อยไปเกรงว่าค่าใช้จ่ายต่างๆจะสูง และ ไม่คุ้ม
ส่วนตัวผมปลง และ ทำใจเรื่องเงินแล้ว แต่แค่ความรู้สึกที่ติดอยู่ในใจว่าถ้าผมไม่ทำอะไรเลย เรื่องนี้มันก็จะค้างอยู่ในใจ แล้วเมื่อไหร่ผมคิดมันขึ้นมาผมก็จะรู้สึกว่าตัวเองโง่ที่ไม่ได้ทำอย่างนู้นอย่างนี้
ทางออกอีกทางก็คือ จ้างพวกรับจ้างทวงหนี้แต่ผมก็ยังตัดสินใจอยู่
อยากได้คำแนะนำจากเพื่อนๆครับว่าผมควรจะทำอย่างไรดี หรือ ผมควรจะ give up and move on ดีครับ
ขอคุณล้วงหน้าสำหรับคำแนะนำครับผม
ฉ้อโกง
คือเรื่องมีอยู่ว่าผมเจอคนที่ผมเคยเรียนหนังสือด้วยตอนมัธยมต้นโดยบังเอิญ ที่ไม่ได้เจอมาเป็น 10 กว่าปีในร้าน Starbucks ผมเลยเล่าเรื่องว่าผมกำลังจะทำ personal branding เพื่อที่จะเขียนหนังสือขาย โดยการเริ่มต้นทำการตลาดโดยการเปิดเพจ แล้ว upload พวกคลิปวีดีโอ และ contents ต่างๆ เค้าบอกว่าเค้าทำ production house อยู่พอดี ผมเลยคุยรายละเอียดกับเค้า
เค้าก็พูดจูงใจผมต่างๆนาๆให้ผมซื้อ package ของเค้า 6 คลิป รวมค่า creativity และ อื่นๆ เป็นราคา 35,000 บาท ผมตกลงโอนค่ามัดจำให้เค้าไปครึ่งนึงเป็นจำนวน 17,500 บาท ในวันที่ 8 เดือน 8 ปี 60 เวลาผ่านมา 3 เดือนครึ่ง ยังไม่ได้เริ่มทำคลิปเลย เค้าบอกเค้า busy ที่ผ่านมาเค้าส่งบทพูด ที่มาจากบทความที่ผมเขียน แล้วส่งไปให้เค้าเป็นข้อมูลในการทำงานของเค้า ซึ่งมีหัวข้อที่ช่วงนั้นกำลังนิยมเช่น creativity, innovation, อิสรภาพ, การเป็นนายตัวเอง และ อื่นๆ ช่วงสามเดือนครึ่งหลังจากจ่ายค่ามัดจำผมได้มีโอกาสไปหาเค้าที่บ้าน 2 ครั้งเท่านั้น ที่เค้านัดไปเพื่อไปคุยงาน
เท่าที่ผมดูแล้วมันไม่มี progression อะไร รายละเอียดก็ทำชุ่ยๆ จากประสบการณ์สอนหังสือมาผมรู้ว่าเค้า present งานโดยไม่ได้ซ้อมอะไรมาก่อน คือมั่วๆเอาหน้างาน รายละเอียดที่เขียนไว้ก็ดูมั่วไปหมด และ ยังไม่สามารถหา character ลงได้อย่างที่เค้าเคยคุยไว้ก่อนวางเงินมัดจำ
อีกทั้งยังมีเหตุการณ์อื่นๆอีกที่ทำให้ผมหมดความอดทน ผมเลยขอค่ามัดจำคืน เค้าไม่ยอมคืนแถมบอกว่าผมต้องจ่ายอีก 17,500 ที่เหลือ ผมคิดในใจว่าผมจะโง่จ่ายทำไม เพราะตั้งแต่จ่ายเงินมัดจำไปผมต้องเป็นคนตามงาน และ ถามเค้าว่าสะดวกเมื่อไหร่ให้ผมเข้าไปหา ดูเจตนาทั้งหมดแล้วมันไม่ใช่ และ ลูกค้า หรือ ใครที่ไหนจะรอไปเลื่อยๆ ที่รอมานี้ก็ 3 เดือนครึ่งเข้าไปแล้ว เพราะที่ผ่านมาผม compromise มาตลอดเพราะผมเค้าใจว่าเค้าเป็นเพื่อน
อันที่จริงแล้ว เพื่อนควรที่จะช่วยเพื่อน แต่ไม่ใช่เอาความเป็นเพื่อนมาเอาเปรี่ยบ และ หาผลประโยชน์กับเพื่อน
หลังจากนั้นสักพักผมตัดสินใจไปแจ้งความ มีตำรวจหญิงท่านนึงโทรไปหาเค้า เค้าพูดสวนมาว่าเค้าไม่ได้ทำเองเค้าแค่ไป sub งานให้ production อื่น และ เค้าก็จะฟ้องกลับ เพราะผมไม่จ่ายเงินที่เหลื่อให้เค้า (ดูความหน้าด้านของคน)
หลังจากนั้น ตำรวจบอกว่าทางตำรวจทำอะไรไม่ได้มากเพราะค่าเสียหายไม่มาก และ นี้เป็นคดีแพ่งไม่ใช่อาญา ทางตำรวจจึงแนะนำผมให้ไปหาทนายส่ง notice ไปเพราะเค้าอาจจะกลัว และ ให้เงินมัดจำคืนมา ในใจผมคิดว่าไอ้คนนี้มันหน้าด้านมันคงไม่คืนหลอก แต่ผมก็ตัดสินใจไปหาทนาย และ จ้างให้เขียน notice ส่งไปตามที่ตำรวจแนะนำ
เป็นอย่างที่คาดคิดไว้ คือเค้าไม่ตอบรับอะไรมา ผมปรึกษาทนายเรื่องฟ้องร้อง ทนายแนะนำว่าถ้าจะฟ้องจริงๆค่าเสียหายน้อยไปเกรงว่าค่าใช้จ่ายต่างๆจะสูง และ ไม่คุ้ม
ส่วนตัวผมปลง และ ทำใจเรื่องเงินแล้ว แต่แค่ความรู้สึกที่ติดอยู่ในใจว่าถ้าผมไม่ทำอะไรเลย เรื่องนี้มันก็จะค้างอยู่ในใจ แล้วเมื่อไหร่ผมคิดมันขึ้นมาผมก็จะรู้สึกว่าตัวเองโง่ที่ไม่ได้ทำอย่างนู้นอย่างนี้
ทางออกอีกทางก็คือ จ้างพวกรับจ้างทวงหนี้แต่ผมก็ยังตัดสินใจอยู่
อยากได้คำแนะนำจากเพื่อนๆครับว่าผมควรจะทำอย่างไรดี หรือ ผมควรจะ give up and move on ดีครับ
ขอคุณล้วงหน้าสำหรับคำแนะนำครับผม